สถานที่ท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยว ท่องเที่ยว. ขับเคลื่อนโดย Blogger.
RSS

ล่องเลน้อย แวะเกาะยอ กินลูกตอ ชมศิลปะ แล้วอาบแสงจันทร์

ล่องเลน้อย แวะเกาะยอ กินลูกตอ ชมศิลปะ แล้วอาบแสงจันทร์
แสงศรัทธา ณ ปลายฟ้า เรื่อง/ภาพ



จิตตกรรมผาผนังวัดคุเตา

แรกเยือน – แรกล่อง

    สำหรับชีวิตคนทำงานในเมืองหลวงนั้น ไม่มีอะไรที่น่าจะสุขใจไปกว่า การได้หยุดติดต่อกันหลายวันแน่นอน หลายคนวางแผนการเดินทางท่องเที่ยวเอาไว้อย่างน้อยเป็นแรมเดือน แต่หลายคนก็นึกอยากจะไปท่องเที่ยวแบบปัจจุบันทันด่วน ซึ่งถ้าเป็นอย่างหลังหากมีรถยนต์ส่วนตัวก็ดีไป แต่ถ้าไม่มีรถแต่อยากเที่ยวแล้วก็ต้องเหนื่อยกับการหารถเดินทางซักหน่อย ผมเองไม่ใช่เป็นคนทำงานประจำ และการเดินทางไกลนั้นเป็นเรื่องไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ แต่ถ้ามีคนชวนก็แทบจะไม่ปฏิเสธ เพราะความพร้อมสำหรับการเดินทางนั้นมีมากมาย แทบจะเรียกว่าชวนปุบไปปับก็ว่าได้ แต่เมื่อคิดถึงปัจจัยสำหรับการเดินทางนั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

    สำหรับการเดินทางในวันหยุดยาวเที่ยวที่ผ่านมานี้ ผมได้รับคำชักชวน (แกมอาสาจะไปเอง) จากเพื่อนรุ่นพี่ท่านหนึ่งถึงการเดินทางไปภาคใต้คือพัทลุง หาดใหญ่ และสงขลา แม้จะไม่ได้เป็นการเดินทางเพื่อไปท่องเที่ยวร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะจะต้องไปทำงานด้วย นั้นก็คืองานถ่ายภาพ “จิตกรรมฝาผนัง” และเมื่อได้รับคำชวนเช่นนั้นแน่นอนคำพูดที่ว่า “คนเดียวหัวหาย สองคนเพื่อนตาย ตามคนเที่ยวสบาย สี่คนเมามายได้เรื่อง!” ก็เป็นคำพูดที่น่าจะจริงทีเดียว ฉะนั้นเมื่อมองดูงบประมาณตัวเองในกระเป๋าก็พอจะอาศัยติดสอยห้อยตามไปได้บ้าง จึงตอบตกลงแทบจะทันทีที่ได้รับคำเชิญชวน สรุปว่าการเดินทางในครั้งนี้มีผู้ร่วมเดินทางเป็นชายหญิงทั้งหมด ๔ คน

เดิมทีตกลงกันไว้ว่าจะออกเดินทางแต่เช้าราวเจ็ดโมง แต่เอาเข้าจริงๆ กว่าจะได้ออกจากกรุงเทพฯ ก็ปาเข้าไปสิบโมงกว่าแล้ว ฉะนั้นอย่างแรกก็เตรียมทำใจไว้เลยว่า กว่าจะถึงที่หมายนั้นอย่างน้อยก็ประมาณสี่ห้าทุ่ม ที่ช้าเช่นนั้นก็มิใช่อะไร เพราะมีรถขับไปเองเหนื่อยเมื่อยก็จอดแวะพักตามรายทางไปเรื่อยๆ ไม่จำเป็นต้องรีบเร่ง แต่ถึงไม่รีบก็เถอะ พี่คนขับก็เหยียบร้อยกว่าจนบางครั้งลืมตัวไปจนเลยไปถึงร้อยสี่สิบก็มี ทำเอาคนที่ไม่ชอบความเร็วอย่างผมนั่งตาค้างนอนไม่หลับไปตลอดทางก็ว่าได้ดีที่ถนนที่มุ่งหน้าสู่ภาคใต้นั้นเป็นถนนเลนคู่ คือไปและกลับแยกจากกันโดยมีต้นไม้น้อยใหญ่คั่นอยู่ตรงกลาง ซึ่งก็นับว่าปลอดภัยระดับหนึ่ง ไม่ต้องกังวลว่าจะมีรถสวนมาทำให้ใจหายเล่นๆ

    รถออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ถนนสายใต้หมายเลข ๔ จอดแวะพักทานข้าวดื่มกาแฟครั้งแรกที่อำเภอกุยบุรี ก่อนจะแวะเข้าตัวเมืองประจวบคีรีขันธ์ให้เพื่อนกวีที่มาด้วยทำธุระเมื่อเสร็จแล้วจึงเริ่มเดินทางต่อ ไม่นานรถก็พาเข้าสู่ประตูสู่ภาคใต้นั่นก็คือจังหวัดชุมพร จากจังหวัดชุมพรนี้เองเราสามารถขับรถไปถึงที่หมายคือที่พัทลุงได้หลายทางคือ ๑ ให้เข้าทางหลวงหมายเลข ๔๑ ตรงไปอย่างเดียวถึงที่หมาย ทางที่ ๒ คือเมื่อถึงแยกปฐมพรแล้วให้แยกไปทางระยอง พังงา กระบี่ ตรังแล้วเข้าจังหวัดพัทลุง แน่นอนทางสายที่ ๒ นี้อ้อมมากๆ คือโดยรวมแล้วจากกรุงเทพฯ ถึงพัทลุงที่หมายเป็นระยะทาง ๑,๑๐๐ กว่ากิโลเมตร  ทางที่ ๓ นั้นก็เป็นทางหลวงหมายเลข ๔ เช่นกันเมื่อผ่านผ่านชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราชแล้วให้เข้าทางหลวงหมายเลข ๔๐๓ แล้วเมื่อถึงชุมทางเขาชุมทองแล้วให้เข้าทางหลวงหมายเลข ๔๑ ก็จะไปถึงตัวเมืองพัทลุงได้ ส่วนผู้ที่จะมารถประจำทางนั้นก็ไปขึ้นได้ที่สถานีขนส่งสายใต้มีรถประจำทางสายกรุงเทพฯ – พัทลุงออกทุกวัน ซึ่งถ้าหากอยากเปลี่ยนบรรยากาศแล้วล่ะก็รถไฟก็ถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีทางเลือกหนึ่ง เพราะที่จังหวัดพัทลุงนั้นมีทางรถไฟผ่านเข้าสู่ตัวเมือง แต่ถ้าใครคิดจะเดินทางมาโดยเครื่องบินแล้วล่ะก็จะต้องไปลงที่จังหวัดตรัง หรือที่อำเภอหาดใหญ่ เพราะจังหวัดพัทลุงนั้นไม่มีสนามบิน

ติดตามอ่านตอนที่ ๒

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS